เจียวกู่หลานหรือ ปัญจขันธ์
Gynostemma pentaphyllum (Thunb.) Makino
ทำความรู้จักสมุนไพรเถาเลื้อยใบเล็ก ตั้งแต่ลักษณะของพืช สารที่นักวิจัยสนใจ ไปจนถึงการชงและข้อควรระวัง
เริ่มรู้จักปัญจขันธ์
สองชื่อ
สมุนไพรชนิดเดียวกัน
ชื่อจีนที่คุ้นเคยคือเจียวกู่หลาน ส่วนชื่อไทยคือปัญจขันธ์
ปัญจขันธ์เป็นพืชเถาเลื้อยในวงศ์แตง (Cucurbitaceae) พบในหลายพื้นที่ของเอเชีย รวมถึงประเทศไทย ใบเป็นใบประกอบ มักมีใบย่อย 5 ใบ แต่จำนวนใบย่อยอาจต่างกันตามสายพันธุ์ จึงไม่ควรใช้จำนวนใบเพียงอย่างเดียวในการระบุชนิดพืช [1, 2]
- ชื่อวิทยาศาสตร์
- Gynostemma pentaphyllum
- ลักษณะพืช
- เถาเลื้อย ใบประกอบ ขอบใบหยัก
- รูปแบบที่พบ
- ใบแห้งสำหรับชงชา และสารสกัดที่ใช้ในการศึกษา
สารสำคัญที่นักวิจัยสนใจ
มีการศึกษาสารกลุ่มซาโปนินที่เรียกว่าไจพีโนไซด์ (gypenosides) รวมถึงฟลาโวนอยด์และสารฟีนอลิก งานวิเคราะห์ตัวอย่างพบว่าองค์ประกอบและปริมาณสารแตกต่างกันได้ การนับจำนวนสารจึงไม่ได้บอกว่าสมุนไพรหรือผลิตภัณฑ์ใดให้ผลดีกว่าอีกชนิดหนึ่ง [3]
อ่านงานวิจัย
ให้เห็นทั้งผลและข้อจำกัด
แยกการทดลองในคนออกจากการทดลองในเซลล์หรือสัตว์ และดูด้วยว่าใช้ชาใบแห้งหรือสารสกัดชนิดใด
ระดับน้ำตาลในเลือด
การทดลองในคนการทดลองขนาดเล็กในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 จำนวน 24 คน เป็นเวลา 12 สัปดาห์ พบการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำตาลและ HbA1c ในกลุ่มที่ได้รับชาปัญจขันธ์เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม
ผลนี้มาจากชาที่ตรวจสอบชนิดและขนาดใช้ในงานวิจัย ไม่ใช่ผลทดสอบชาชาป่า และไม่ใช่เหตุผลให้หยุดหรือปรับยาเอง
อ่านงานวิจัย Huyen และคณะ (2010)ความเครียดและความวิตกกังวล
การทดลองในคน · สารสกัดมีการทดลองสุ่มแบบปกปิดสองฝ่ายในผู้ใหญ่สุขภาพดี 72 คนที่มีความเครียดเรื้อรัง โดยใช้สารสกัดจากใบเป็นเวลา 8 สัปดาห์ เพื่อประเมินความวิตกกังวล
สารสกัดในงานวิจัยต่างจากการชงชา ผลการศึกษานี้ไม่ยืนยันว่าชาทั่วไปช่วยรักษาไมเกรนหรือนอนไม่หลับ
อ่านงานวิจัย Choi และคณะ (2019)อนุมูลอิสระและการอักเสบ
การทดลองในห้องปฏิบัติการงานวิเคราะห์ปัญจขันธ์ 5 ตัวอย่างศึกษาสารสกัดและการตอบสนองต่ออนุมูลอิสระ รวมถึงตัวชี้วัดการอักเสบในระบบทดลอง พบผลและองค์ประกอบสารที่แตกต่างกันระหว่างตัวอย่าง
การพบฤทธิ์ในระบบทดลองยังไม่เท่ากับการยืนยันผลรักษาการอักเสบหรือภูมิแพ้ในคน
อ่านงานวิจัย Xie และคณะ (2010)แล้วงานวิจัยเกี่ยวกับเซลล์มะเร็งบอกอะไร?
ตัวอย่างงานวิจัยไจพีโนไซด์ศึกษาผลต่อเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวและหนูทดลอง ผลในเซลล์หรือสัตว์ไม่สามารถสรุปว่าการดื่มชาป้องกันหรือรักษามะเร็งในคนได้ ผู้ป่วยควรรับการรักษาและปรึกษาทีมแพทย์ตามปกติ
อ่านงานวิจัย Hsu และคณะ (2011)หน้านี้สรุปข้อมูลของพืชและงานวิจัยที่ระบุไว้ ไม่ได้ใช้รับรองสรรพคุณของผลิตภัณฑ์ผิงอิง 168 การเลือกใช้เพื่อปัญหาสุขภาพควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ชงอย่างพอดี
ตามฉลากผลิตภัณฑ์
ชาชาป่า 1 ซอง ต่อน้ำร้อน 1.5–2 ลิตร
สัดส่วนนี้มาจากข้อมูลการชงของบริษัทสำหรับชาชาป่า ไม่ใช่ขนาดใช้สมุนไพรเพื่อรักษาโรค และอาจไม่เหมาะกับผลิตภัณฑ์ชนิดอื่น
- อ่านฉลากก่อนชงตรวจชนิดสินค้า ส่วนประกอบ วันหมดอายุ และคำแนะนำบนบรรจุภัณฑ์
- ใช้น้ำและภาชนะสะอาดชงด้วยน้ำร้อนตามสัดส่วนที่ระบุ หากฉลากรุ่นที่ซื้อแตกต่าง ให้ทำตามฉลากนั้น
- เลือกดื่มให้เหมาะกับตัวเองไม่เพิ่มความเข้มข้นเพื่อหวังผลรักษาโรค และไม่ใช้ชาแทนน้ำดื่มทั้งหมด
ก่อนดื่ม
รู้ข้อควรระวัง
ข้อมูลความปลอดภัยยังมีข้อจำกัด โดยเฉพาะการใช้ระยะยาวและในผู้ที่มีโรคประจำตัว [4]
เด็ก ผู้ตั้งครรภ์ และผู้ให้นมบุตร
ควรหลีกเลี่ยงการใช้เอง เนื่องจากข้อมูลความปลอดภัยในกลุ่มเหล่านี้ยังไม่เพียงพอ
ผู้มีโรคประจำตัวหรือใช้ยาประจำ
นำฉลากและรายชื่อยาไปปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวาน การเว้นชาห่างจากยา 1 ชั่วโมงไม่ได้รับรองว่าจะไม่มีปฏิกิริยาระหว่างกัน
ผู้ป่วยไตหรือผู้ที่ฟอกไต
ควรปรึกษาทีมรักษาเรื่องชนิดสมุนไพรและปริมาณน้ำที่ดื่ม ไม่ใช้คำแนะนำชงทั่วไปแทนข้อจำกัดเฉพาะบุคคล
เมื่อมีอาการผิดปกติ
หยุดดื่มและปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะเมื่อมีอาการคลื่นไส้ ถ่ายผิดปกติ หรือสงสัยว่าแพ้ผลิตภัณฑ์
อ่านต่อ
จากแหล่งข้อมูล
ตรวจข้อมูลและเรียบเรียงเมื่อ
- Kew — ชื่อวิทยาศาสตร์ วงศ์ และถิ่นกำเนิดของพืช
- กรมวิชาการเกษตร — ปัญจขันธ์พันธุ์ กวก. เชียงราย 2 และความต่างของจำนวนใบย่อย
- Xie และคณะ (2010) — องค์ประกอบสารและการทดลองในห้องปฏิบัติการ
- Drugs.com — เอกสารสรุปข้อมูลการใช้และความปลอดภัยของ Jiaogulan
ใช้ข้อมูลที่บริษัทแชร์เป็นโครงเรื่อง และตรวจเทียบกับแหล่งข้อมูลข้างต้นและงานวิจัยที่เชื่อมไว้ในแต่ละหัวข้อ ภาพใบและถ้วยชาเป็นภาพประกอบ
ผิงอิง 168